fbpx

โปรโมทเว็บไซต์ ให้มีคนดู ได้อย่างไร ?

บันทึก LIVE สด โปรโมทเว็บไซต์ ของเรา อย่างไร ให้มีคนดู

ลงทุน ทำเว็บไซต์ ไปแล้ว เสียทั้งเงิน และ เวลาทำเว็บไซต์ แต่กลับไม่มีคนเข้ามาดูเว็บไซต์ของเรา เป็นเพราะอะไรกัน คำตอบก็คือ… เวลาที่เราสร้างเว็บไซต์ ถ้าเราทำทิ้งไว้เฉยๆ โอกาสที่จะมีคนรู้จัก หรือ มีคนเข้ามาดู ในยุคนี้บอกเลยว่า ไม่ง่ายครับ สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ เราต้อง โปรโมทเว็บไซต์ ของเราให้คนรู้ว่า เรามีเว็บไซต์ครับ

ทำความเข้าใจเสียใหม่ นี่เราอยู่ในยุคไหนกัน ?

ยุคสมัยของเว็บไซต์ ที่ว่า สร้างแล้วเดี๋ยวก็มีคนดูเอง มันเป็นเรื่องของเว็บไซต์ สมัยเก่า ที่ในขณะนั้น ยังไม่ค่อยมีคนสร้างเว็บไซต์ เพราะว่า… ในยุคนั้น ต้นทุนในการสร้างเว็บไซต์ สูงมาก จนคนธรรมดาเอื้อมไม่ถึง จึงเกิดวลีที่ว่า…

สร้างสิ เดี๋ยวพวกเขาก็มา…

ใครบางคนกล่าวไว้

พวกเขาในที่นี้ คือ คนดูเว็บเรา หรือ ลูกค้าของเรานั่นเอง ซึ่งในปัจจุบัน สภาพแวดล้อมทาง Internet เปลี่ยนแปลงไปมาก มีเว็บไซต์ใหม่ๆ เกิดขึ้น ทุกนาที ยิ่งกว่า การเกิดของประชากรโลก ถ้าจะให้ลูกค้าเข้ามาเอง ในยุคนี้ เป็นไปได้ยากครับ นอกเสียจากว่าเรา… เป็นคนดังมากครับ

ดังนั้น ในยุคนี้ สิ่งที่เราต้องทำ หลังจากทำเว็บไซต์ทุกครั้ง ก็คือ การวางกลยุทธ์ หรือ ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อ โปรโมท เว็บไซต์ ของเราครับ

โปรโมท สินค้า กับ เว็บไซต์ ต่างกันอย่างไร ?

ที่จริงแล้วเว็บไซต์ คือ เครื่องมือชนิดหนึ่ง ที่เราเอาไว้สื่อสาร กับ กลุ่มเป้าหมาย หรือว่า ลูกค้าของเราเท่านั้นเองครับ ที่เราโปรโมท คือ เราโปรโมท สินค้า บริการ หรือ เนื้อหา (Content) ของเรา โดยใช้ เว็บไซต์ เป็นสื่อกลางครับ แต่คนทั่วไป อาจจะเรียกสั้นๆว่า Promote Website ซึ่งมาจาก การโปรโมท สินค้า หรือ แบรนด์ ผ่านเว็บไซต์ นั่นเองครับ

ดังนั้น การวางแผน ประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ ของเรา จะต้อง มีความสัมพันธ์กับ แบรนด์ ตัวสินค้า บริการ หรือ เนื้อหาที่เราจะทำการสื่อ หรือ โปรโมท เสมอครับ ไม่เช่นนั้น เมื่อเราลงมือโปรโมทแล้ว ไม่ได้คนดูเพิ่ม หรือ ยอดขายเพิ่ม ก็จะเป็นการเสียแรงเปล่าครับ

หยุดคิดสักนิด ก่อน Promote Website

มีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ การสร้างกิจการครับว่า ถ้าเราทำอะไรสักอย่าง แล้วลงโฆษณา ก็จะมียอดขายเอง ซึ่งความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ ถ้าให้พูดตามตรง จะบอกว่า ความจริงมันโหดร้ายกว่านี้ก็ไม่ผิดนัก

ในยุคที่มีสิ่งรบกวน หรือ สิ่งกระตุ้นมากมาย การที่คนจะสนใจอะไรสักอย่าง มันยากกว่า สมัยก่อนมาก สมัยก่อน สื่อกระแสหลัก ถ้าจะลงโฆษณา ก็ต้องใช้เงินทุนมาก เลยเป็นกำแพง ที่ทำให้กิจการรายเล็ก ไม่ได้ไปลงโฆษณา ตอนนี้มันเปลี่ยนไป ไม่ว่าเจ้าเล็ก เจ้าใหญ่ แห่กันมาลงโฆษณา ในอินเตอร์เนตทั้งหมด

สิ่งที่เราต้องหยุดคิด ก็คือ … ถ้ามีคนเข้ามาในเว็บไซต์เราแล้ว เราจะได้ยอดขายไหม คนดูจะติดตามเราไหม เราจะทำให้เขาสนใจซื้อสินค้า บริการ หรือ ติดตามเราได้อย่างไร ยกตัวอย่างแบบนี้ครับ คุณกำลังอยากซื้อหม้อหุงข้าว แล้วก็ได้โบรชัวร์ หม้อหุงข้าวมา คุณก็ไปหาซื้อที่ร้านนั้น แต่ปรากฎว่า หม้อหุงข้าวที่มีอยู่ในร้าน คุณกลับไม่ชอบ ไม่ชอบแม้กระทั่งการตกแต่งร้าง คุณจะทำอย่างไร…

แน่นอนครับ คุณก็ไปซื้อร้านอื่นก็ได้ เพราะ ร้านหม้อหุงข้าวไม่ได้มีร้านเดียว ตรงนี้เห็นอะไรแล้วใช่ไหมครับ ว่า สิ่งที่เราต้องทำก่อนการโปรโมท คือ วางกลยุทธ์ ในการจับลูกค้าให้อยู่ ให้เขาสนใจ และ ซื้อสินค้าบริการของเราให้ได้ เมื่อเขาเข้ามา คิด และ นำไปทำให้ดีครับ

10 กลยุทธ์ พาคนเข้าดูเว็บไซต์

ในบทความนี้ ผมจะเปิดเผย กลยุทธ์ ทั้ง 10 กลยุทธ์ ในการ โปรโมท เว็บไซต์ ที่ผมใช้ครับ ซึ่งเป้าหมายของเราในการโปรโมท เว็บไซต์ ก็คือ

  1. ทำให้คนรู้จักเว็บไซต์เรา
  2. ทำให้คนหาเราเจอ

กลยุทธ์ที่ 1 The Social Media

ผมจะเริ่มจาก กลยุทธ์ ที่ง่ายที่สุดก่อนครับ นั่นก็คือ Social Media ลอง Check ดูครับว่า เรามีสิ่งต่อไปนี้กันหรือยัง

  1. Facebook Page คือ เพจสารธารณะของธุรกิจเราใน Facebook สมัครได้ที่ Facebook ครับ
  2. Instagram Profile คือ Profile Instagram ของธุรกิจเรา สมัครได้ที่ Instagram ครับ
  3. Youtube Channel คือ ช่อง Youtube ของเรา เวลาที่เรามีเนื้อหาวีดีโอ ให้ฝากไว้ที่นี่ครับ Youtube
  4. Twitter Profile คือ Twitter สำหรับธุรกิจ ของเราครับ สมัครที่นี่เลย Twitter
  5. Pinterest Profile คือ Pinterest สำหรับ ธุรกิจของเราครับ ลักษณะของ Pinterest จะเน้นรูปภาพครับ

ถ้ายังก็รีบไปสมัคร แล้วเปิดใช้งานเลย เราเริ่มจากอันที่คิดว่า เราจัดการได้ง่ายก่อนครับ จะได้ไม่เสียเวลามากเกินไป ที่ผมแนะนำคือ เราควรมี Facebook Page ครับ ถ้าเราคล่องแล้ว เราจะขยายไป Platform อื่นก็ได้ครับ

ทำไม Social Media Profile จึงทำให้คนเข้าเว็บไซต์ เพิ่มขึ้นได้

นั่นก็เพราะว่า เวลาที่เราสร้าง Profile บน Social Media แล้ว ต่อให้เราสร้าง Profile ไว้เฉยๆ แล้วมีไม่กี่โพส Social Media ก็ยังจะมี ระบบ Recommendation หรือ ระบบการแนะนำ Profile ให้กับผู้ที่สนใจเรื่องนั้นๆ เห็นขึ้นมาได้ครับ ดังนั้น การสร้าง Profile บน Social Media จะเพิ่มคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่ายที่สุดแล้วครับ

ไม่ว่าจะเป็น Social Media ค่ายไหน ก็มีกลไกนี้กันทั้งนั้นครับ ที่เห็นชัดคือ Facebook และ Youtube ครับ Feed ที่คนสนใจ มักจะลอยขึ้นมา ยิ่งกว่า อ่านใจคนดูได้เสียอีกครับ ดังนั้น กลยุทธิ์นี้ ถือว่าง่ายที่สุดแล้วครับ

กลยุทธ์ที่ 2 Classics

ลองจินตนาการดูว่า ถ้าเรายังไม่มีอินเตอร์เน็ต ถ้าเราเปิดร้านกาแฟ สักหนึ่งร้าน เราอยากจะให้คนเข้าร้าน เรามีวิธีไหนบ้างครับ นี่คือที่มาของวิธี Classics ที่ยังใช้กันได้อยู่ในทุกๆ ธุรกิจครับ ตัวอย่างเช่น

  1. แจกใบปลิว
  2. ทำป้ายโปรโมท วางไว้สถานที่ใกล้ๆ
  3. บอกเพื่อน หรือ ญาติสนิทของเรา
  4. ลงสมุดหน้าเหลือง
  5. ทำสติ๊กเกอร์ติดรถยนต์
  6. ฯลฯ

ทำได้มากมายหลายวิธีครับ การประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ก็เช่นเดียวกันครับ เราสามารถใช้วิธี Classics เหล่านี้ได้เลย เพียงแต่ สะดวกขึ้นมากมาย

  1. ลองบอกคนที่เราสนิท สัก 20 คน ให้ช่วยแชร์ เว็บไซต์เรา บน Facebook ให้หน่อยครับ ลองคิดดูว่า เพื่อนเรา 1 คน ถ้ามี เพื่อนเขาอีก 100 คน คนจะเห็นถึง 100 คนต่อเพื่อนเรา 1 คนเลยทีเดียว ถ้า 20 คนช่วยกัน นั่นหมายถึง 2,000 คนครับ แต่นี่เป็นขั้นต่ำครับ เพราะ บางคนมีเพื่อน เยอะกว่านี้มากครับ
  2. ทำสติ๊กเกอร์ ติดรถยนต์ เปลี่ยนมาเป็น ทำเสื้อยืดก็ได้ครับ ทำเสื้อยืด มีชื่อเว็บเรา พร้อมบอกว่า เรามีบริการอะไร คนเห็น ก็มีโอกาสเข้ามาครับ อย่าลืม ติด QR Code ที่เสื้อด้วยนะครับ หรือ ถ้าใครมีรถยนต์ ก็ทำสติ๊กเกอร์ ติดรถยนต์เลยก็ได้ครับ
  3. ถ้าใครมีสำนักงาน บ้าน หรือ Office ติดป้ายชื่อเว็บไซต์ เราไว้หน้าบ้าน หรือ Office เลยครับ พอคนแถวนั้นรู้ ก็จะช่วยเราบอกต่ออีกทีหนึ่งครับ

อันนี้เป็นตัวอย่างเพียงเล็กน้อยครับ เวลาที่ผมไปบรรยาย บางท่านคิดว่า อาจจะเป็นเรื่องตลกครับ ที่เราต้องมานั่งทำป้าย ทำเสื้อ แต่เชื่อไหมครับว่า คนที่เอาไปทำจริง ก็มีคนเข้าเว็บไซต์มาจริงๆ เพราะ คนส่วนมากเขา… ไม่ทำครับ ที่มาของความสำเร็จ คือ เราต้องทำทุกวิธีที่เป็นไปได้ อย่าคิดไปเองว่ามันไม่ได้ผล

กลยุทธ์ที่ 3 จับกระแสสนทนา

สำหรับกลยุทธ์นี้ เราต้องค้นหาครับว่า มีใครกำลัง พูดถึง เรื่องราวในเว็บไซต์ ที่เรากำลังทำ หรือเปล่า ถ้าเจอแล้ว ก็แจมเลย ยกตัวอย่างแบบ ง่ายๆครับ ลองเข้าไปในเว็บไซต์ ที่เป็น เว็บบอร์ด ชื่อดัง อย่าง Pantip ดูครับ แล้วไปหาดูว่า มีใครคุยอะไร เกี่ยวกับเรื่องที่เราทำบ้างได้เลยครับ

วิธีการค้นหาว่า มีใครคุยเรื่องที่เราทำอยู่ ก็ใช้ Function การค้นหาได้เลยครับ สำหรับ เว็บบอร์ด มักจะมี Function แบบนี้อยู่แล้วครับ เว็บบอร์ดที่ผมแนะนำ จะมี

  1. Pantip เว็บบอร์ดตลอดกาล ของคนไทย มีเรื่องอะไร คนเข้าไปโพสได้หมด
  2. Dek-D เว็บบอร์ดกลุ่มวัยรุ่น ของเมืองไทย กลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นครับ
  3. Reddit อันนี้เป็นแนวอินเตอร์ ถ้าเราทำเว็บสำหรับคนต่างชาติ แนะนำเลยครับ

อีกไอเดียหนึ่งคือ เราเข้าไป SR หรือ เรียกว่า Sponsor Review สินค้าบริการของเราเองก็ได้ โดยอาจจะผ่าน Blogger ที่สิงสถิตย์ อยู่ในเว็บบอร์ดเหล่านี้ได้ครับ

อีกอันนึงที่มี พี่น้องทางบ้าน แนะนำมาครับ Facebook Group ที่เราเป็นสมาชิกอยู่ เราสามารถเข้าไปตอบคำถาม เนียนๆได้ครับ แล้วแนบลิงค์ เว็บไซต์เราเข้าไปเป็นการแนะนำได้ครับ เพราะ ในทุกวัน ถ้าเป็น Facebook Group ใหญ่ๆ ก็จะมีคนถามคำถามทุกวันอยู่แล้ว และ ผมก็มักจะเห็นคนเอาลิงค์ไปวางอยู่บ่อยครั้ง จนเป็นเรื่อง ปกติครับ

อันสุดท้ายคือ เวลาที่เราเจอ Blog ที่เปิดให้เราแสดงความคิดเห็นได้ เราอาจจะ Comments อย่างเนียนๆ แนะนำเว็บเราบ้างก็ได้ครับ

กลยุทธ์ที่ 4 ลายเซนต์

กลยุทธ์ที่เนียนยิ่งกว่าเนี่ยน ต่อยอดจาก กลยุทธที่ 3 เราเขียนอะไรลงไปที่ไหน ไม่ว่าจะเป็น เว็บบอร์ด, Blog หรือ แม้แต่ อีเมล เราก็สามารถมี ลายเซ็นต์ ที่มีลิงค์ของเว็บไซต์เราได้ครับ

การวางลายเซนต์ในอีเมล
การวางลายเซนต์ในอีเมล
การวางลายเซนต์ใน Webboard
การวางลายเซนต์ใน Webboard

ข้อควรระวังก็คือ เราต้องเช็คให้ดีก่อนครับว่า ชุมชน หรือ เว็บบอร์ดนั้น มีกฎห้ามใส่ Link หรือเปล่า ถ้าใส่ได้เราค่อยใส่ครับ บางที่ถ้าเขาไม่ให้ใส่ เขาอาจจะ Ban เราได้ครับ

กลยุทธ์ที่ 5 Cross Over

บางที่ อาจจะเรียกวิธีนี้ว่า วิธี Collapse ครับ ก็คือ การจับ Brand 2 Brand มาเจอกันบ้างในบางโอกาส ถ้ายังนึกไม่ออก ลองนึกถึง “เจ็ดยอดมนุษย์ ปะทะ ยักษ์วัดแจ้ง” ถ้าตัวอย่างเก่าไปก็ขออภัยด้วยครับ ตัวอย่างนี้เป็นการเอา อุลตร้าแมน มาทำเป็นหนังร่วมกับ ยักษ์วัดแจ้ง ฉายในเมืองไทยครับ หรือถ้าเป็นตัวอย่างที่ทันสมัยก็คือ การรวมตัวของซูปเปอร์ฮีโร่ มาอยู่ในหนังเรื่องเดียวกัน คนก็จะสนใจขึ้นมากไปอีกครับ

แล้ววิธีนี้ จะใช้ได้ผลกับเว็บได้อย่างไร อย่าลืมว่า การโปรโมทเว็บ ก็คือการโปรโมทสินค้า หรือ โปรโมทแบรนด์ ของเรา ให้คนรู้จักครับ เราสามารถที่จะใช้วิธีเหล่านี้ในการโปรโมทได้

  1. ไป Cross Over กับวีดีโอของคนอื่นบ้าง วิธีนี้จะทำให้เราสามารถแนะนำแบรนด์ของเรา หรือเว็บไซต์ของเราในวีดีโอได้เลย
  2. ไป ​Live ร่วมกับคนอื่นบ้าง อย่างน้อยเราก็ต้องได้แนะนำตัว ก็แนะนำเว็บไซต์ของเราไปด้วยในตัวเลย
  3. ไปเขียน บทความ ในเว็บอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเราบ้าง

แต่วีธี เหล่านี้ เราอาจจะต้องลอง สอบถามไปยัง เป้าหมายที่เราจะ Cross Over ครับว่า เขาจะยอมให้ความร่วมมือหรือไม่ ในความเป็นจริง ถ้าเรามีความสัมพันธ์ที่ดี เราก็จะมีโอกาสมากขึ้นครับ เริ่มจากการทำให้เขาเชื่อใจก่อนครับ

กลยุทธ์ที่ 6 SEO

SEO ใช้หลักการ ตั้งรับ หรือ การค้นหาจาก Search Engine นั่นเองครับ เช่นเวลาที่คนต้องการจะหาอะไร ก็มักจะวิ่งไปหา Search Engine อย่าง Google อยู่แล้วครับ จากนั้น ก็จะค้นหา โดยการ พิมพ์ Keyword ที่ต้องการเข้าไปใน Google แล้วก็จะได้ผลการค้นหาออกมาเป็นรายชื่อเว็บไซต์ ที่เกี่ยวข้องกับ Keyword นั้น

เวลาที่เราทำเว็บไซต์ เราก็ต้องเริ่มทำ SEO ไปด้วยครับ บอกตรงนี้ไว้เลยแล้วกันครับว่า SEO นั้น เน้นในเรื่องของ ประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับมากกว่า เทคนิคครับ และ การทำ SEO จะเน้นในเรื่องของ ความอึด ในการทำเนื้อหาของเว็บไซต์ครับ ซึ่งผมมี Video ที่พูดเกี่ยวกับ SEO อย่างละเอียดเอาไว้ที่นี่แล้วครับ

สอนทำ SEO ให้ถูกหลักการ ฟรี สอนตั้งแต่พื้นฐานและลงมือทำ

เราจะทำ SEO ให้ถูกหลักการ ของ Google ได้อย่างไร ในรูปแบบวีดีโอ มาดูกันได้เลยครับ

กลยุทธ์ที่ 7 ปรากฎตัว

ฟังดูแล้ว กลยุทธ์นี้ อาจจะดูแปลกนิดนึงครับ อะไรคือ ทำเว็บไซต์ แล้วให้ไปปรากฎตัว แต่ขอให้ทำความเข้าใจเสียใหม่ครับ การที่เราไปปรากฎตัวบ้าง อาจจะปรากฎตัวใน…

  1. งานอบรมสัมนาต่างๆ
  2. งานเลี้ยง งานแต่ง งานบวช
  3. ที่ทำงาน
  4. ไปคุยงานกับลูกค้า
  5. ไปเป็นวิทยากร

เราสามารถที่จะพูดถึงเว็บไซต์ของเราได้ครับ พูดไปเลยว่า เว็บไซต์ของเรา มีประโยชน์ยังไง หรือช่วยใครได้บ้าง แต่เราต้องอาศัย ทักษะการสื่อสารสักนิดนึง เพื่อดูจังหว่ะการแนะนำเว็บไซต์ของเราครับ โดยเฉพาะ งานสัมนา ส่วนมาก เราจะต้องมีเพื่อนที่นั่งข้างๆ บ้างอยู่แล้ว เราคุยกับเขา ถามเขาก่อนเลยว่าเขาทำอะไร แล้วเขาจะถามเรากลับแน่นอนครับ และ นี่ก็เป็นโอกาสของเราแล้วครับ

ยิ่งถ้าเราได้รับเชิญไปบรรยาย อันนี้โอกาสดีมาก เพราะบรรยายครั้งเดียว มีคนเห็นหลายคนเลยทีเดียว เราสามารถใช้ช่วงแนะนำตัว ในการแนะนำเว็บไซต์ของเรา ให้เป็นแหล่งที่ติดต่อได้เลย

สถานที่อื่นๆ ก็เช่นกัน เมื่อเรามีโอกาส หรือ ถูกถามว่า ทำอะไร เราก็ควรจะแนะนำไป ใช้วิธีเก็บเล็กผสมน้อย ไปเรื่อยๆ แล้ว การทวีคูณ จากการบอกต่อ ก็จะมากขึ้นเรื่อยๆครับ

กลยุทธ์ที่ 8 ออกสื่อ

มีคนอีกหลายล้านคน ที่ยังใช้งานสื่อแบบ โทรทัศน์ วิทยุ หรือ แม้แต่หนังสือพิมพ์ นิตยาสารอยู่ ถ้าเราได้ออกสื่อ เชื่อไหมครับว่า ใช้งานได้ตลอดชีพเลย เพราะ เราสามารถพูดได้ว่า แบรนด์ หรือ เว็บไซต์ของเรา เคยออกทีวีมาแล้วนะ กลุ่มเป้าหมาย มากมาย ที่ยังชื่อว่า การได้ออกสื่อ เป็นเรื่องที่เทพมาก

ดังนั้น การใช้สื่อ แบบเดิม ก็ยังได้ผลอยู่ในยุคนี้ครับ เราไม่ได้ต้องการเข้าถึงคนที่ดูสื่อ อยู่ในขณะนั้นอย่างเดียวครับ แต่เรายังนำมาใช้อ้างอิง เวลาที่เรา ทำเว็บไซต์ ของเราด้วยวิธีอื่นได้ครับ อย่างเช่น ถ้าเราทำหน้าเว็บไซต์ แล้วเอา Video สัมภาษณ์ เราไปวางไว้ ก็จะดูดีเลยทีเดียวครับ

กลยุทธ์ที่ 9 Google My Business

ถ้าธุรกิจของเรา เป็นธุรกิจที่มีหน้าร้าน หรือ มี Office แนะนำ ให้ไปปักหมุด เอาไว้ใน Google My Business เลยครับ เวลาที่คนหาเราใน Google Maps จะได้เจอ สถานที่ของเราได้ครับ

หน้าจอตัวอย่าง เวลาที่เราไปปักหมุดใน Google My Business
หน้าจอตัวอย่าง เวลาที่เราไปปักหมุดใน Google My Business

แต่กฎข้อนึงที่เราต้องระวังไว้คือ เราอย่าพยายาม ยัดเยียด Keyword ที่ใช้ค้นหา เข้าไปใน Google My Business ครับ เพราะว่า มันผิดกฎ เราต้องเอา Keyword เหล่านี้ ไปใส่ที่คำอธิบายแทนครับ ในเมืองไทยยังม่หลายคนที่ทำผิดกฎอยู่ อาจจะรู้หรือ ไม่รู้ก็แล้วแต่ แต่ถ้า Google ตรวจเจอ โดนแน่นอนครับ

กลยุทธ์ที่ 10 จ่ายเงิน

ถ้าอยากถึงที่หมายเร็ว ก็ขึ้นทางด่วนครับ ทางด่วนออนไลน์ ก็มีเช่นกันครับ นั่นก็คือ การลงโฆษณานั่นเอง และ ในยุคนี้ การลงโฆษณาออนไลน์ ทำได้หลายทาง และ มีประสิทธิภาพมากขึ้น กว่าสมัยก่อนหน้านี้มาก

ช่องทางที่เราสามารถลงโฆษณาได้ ง่ายที่สุด ก็จะเป็นช่องทางต่อไปนี้ครับ

  1. Facebook Ads แพล็ตฟอร์ม Social Media ระดับโลก ที่ให้เราลงโฆษณาใน Feed ได้
  2. Google Ads ลงโฆษณา ผ่านผลการค้นหา หรือ Display Network ได้เลย
  3. Twitter Ads ลงโฆษณาใน Feed แบบเนียนๆ
  4. Line Official Account ลงโฆษณาใน App หรือ ใช้วิธีการ Broadcast

ถ้าเป็นด้านเว็บไซต์ ผมคิดว่า Google Ads น่าจะได้ผลที่สุดครับ ส่วน Facebook อันนี้เราไว้สร้าง Engagement ดีกว่าครับ ส่วน Twitter นี้ ความเห็นส่วนตัวคิดว่า Lead คน เข้าไปในเว็บไซต์ได้เหมือนกัน เพราะว่า Feed มันเป็นลักษณะ เอื้อให้กด มากกว่า เอื้อให้คุยกันครับ

Bonus

กลยุทธ์เพิ่มเติม ที่ฝรั่งเขาใช้กัน ในการดึงคนเข้ามาในเว็บไซต์ มีกลยุทธ์ต่อไปนี้ครับ

Email Marketing

คือ การเก็บอีเมลลูกค้าในเว็บไซต์ และ เมื่อเรามีเนื้อหา อะไรใหม่ๆ เราก็ส่งอีเมลอัพเดท ให้กับคนที่ลงทะเบียนไว้ แฟนพันธ์แท้ของเว็บไซต์เรา จะเปิดดูแน่นอนอยู่แล้วครับ เพราะว่าเขาสนใจเรื่องที่เราต้องการนำเสนอ

Web Directory

ใช้ Business Directory ให้เป็นประโยชน์ โดยการเพิ่มเว็บไซต์ เข้าไปใน Directory เหล่านี้ แต่ในปัจจุบัน บาง Directory ต้องจ่ายเงินถึงจะเข้าไปได้ และ ส่วนมากฝรั่งจะใช้ เพราะอยู่ต่างประเทศ ถ้าใครมีกลุ่มเป้าหมาย เป็นต่างชาติ อันนี้ก็จะเป็นตัวเลือกที่หน้าสนใจอีกตัวเลือกหนึ่งครับ แต่ของเราถ้าทำ Google My Business อันนี้ก็ใช้ได้ครับ

Blogging

ทำ Blog หรือ เขียนบทความ ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของเว็บไซต์เรา วิธีนี้ จะต้องใช้ร่วมกับ การทำ SEO เพราะการสร้างเนื้อหาในเว็บไซต์ ของเรา จะต้องปรับแต่ง ให้เหมาะสมกับการทำ SEO ด้วย

สรุป กันสักนิด

อาจจะเห็นว่า กลยุทธ์ บางตัว ใน 10 กลยุทธ์ อาจจะดูแปลก หรือ น่าตลกสำหรับเราครับ นั่นก็เพราะว่า เรายังไม่เคยทำกันมาก่อนนั่นเอง แต่ถ้าสุดๆ แล้ว เราต้องการจะโปรโมทจริงๆ เราค่อยๆสะสมขุมพลังไปเรื่อยๆ รับรอง การโปรโมท เว็บไซต์ ได้ผลอย่างแน่นอนครับ ลองไปทำดูนะครับ ทุกวิธี คนดูเพิ่มขึ้นแน่นอนครับ

เวอร์ชั่น LIVE Video ตรงนี้ครับ

ถ้าใครชอบดูแบบวีดีโอ คลิกลิงค์ตรงนี้ได้เลยครับ

บันทึก Live สด ตอนที่ 1 เราจะ โปรโมท เว็บไซต์ ของเราได้อย่างไร

บันทึก LIVE สด ตอนที่ 1

บันทึก Live สด ตอนที่ 1 เราจะ โปรโมท เว็บไซต์ ของเราได้อย่างไร

บันทึก LIVE สด ตอนที่ 2

ข่าวประชาสัมพันธ์

ถ้ากำลังมองหาคอร์สเรียน แบบสอนกันสดๆ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้ และ ทดลองเอง พิจารณาคอร์สเรียนสด ตรงนี้ได้เลยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *