สอนทำ On Page SEO ด้วย Yoast SEO ใน WordPress ให้ไฟเขียว ทำอย่างไร

ทำ On Page SEO ใน Wordpress ด้วย Yoast SEO ให้ไฟเขียวติดง่ายๆ
https://www.youtube.com/embed/0Rxqb0uCuQ0?feature=oembed&autoplay=1

สวัสดีครับ ในบทเรียนนี้ จะเป็น บทเรียนต่อยอด จากบทเรียนที่แล้วในเรื่องของ การทำ SEO อย่างไร ให้ Google ชอบนะครับ ในบทเรียนนี้ เราจะมาเรียนรู้เรื่องของการทำ สิ่งที่เรียกว่า On Page SEO ด้วย Yoast SEO ซึ่งเป็น Plugin ใน WordPress กันครับ

ลิงค์สำหรับติดตาม Twitter ที่นี่เลยครับ
https://twitter.com/palamikeweb

ใครยังไม่ได้อ่านเรื่อง SEO ในเบื้องต้น ไปอ่านได้ที่นี่ก่อนเลยครับ
ทำ SEO อย่างไร ให้ถูกหลัก Google

On Page SEO คืออะไร ?

เนื้อหาในหน้าเว็บไซต์ของเรา มีความสำคัญอย่างมากในการทำ SEO เวลาที่ Google เข้ามาเก็บข้อมูลในเว็บไซต์ของเรา ก็จะทำการ อ่านข้อมูลในหน้าเว็บไซต์ หรือว่า Page ของเรา เรียกได้ว่า ทุกตัวอักษรเลยครับ แล้วนำไปประมวลผล ข้อมูลที่อยู่บนหน้าเว็บไซต์เราเรียกว่า Content On Page ครับ ดังนั้น การทำ On Page SEO ก็คือ การทำ SEO ให้กับ Content บนหน้าเว็บของเรานั่นเองครับ

Yoast SEO ตัวช่วยในการทำ On Page SEO ใน WordPress

ใน WordPress เราสามารถติดตั้ง Plugin ที่จะช่วยให้เราทำ On Page SEO ได้ง่ายขึ้นครับ โดย Plugin ที่โด่งดังมากที่สุดในขณะนี้ก็คือ Yoast SEO ครับ มีคนใช้มากกว่า 5 ล้านคนเข้าไปแล้วในขณะที่ผมเขียนบทความนี้

ลิงค์ของ Plugin ตัวนี้อยู่ที่นี่ครับ
ปลั๊กอิน Yoast SEO Download ที่นี่ครับ

ขั้นตอนการติดตั้งก็ไม่ยากเช่นเคยครับ ง่ายเหมือนนับ หนึ่ง สอง สาม

ขั้นตอนการติดตั้ง Yoast SEO
ขั้นตอนการติดตั้ง Yoast SEO
  • ขั้นที่ 1 เข้าไปที่ Plugins แล้วไปที่ Add New ครับ
  • ขั้นที่ 2 จากนั้นค้นหาคำว่า SEO ครับ
  • ขั้นที่ 3 เสร็จแล้วก็คลิก Install และ Activate ได้เลยครับ

หลังจากที่เราติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีเมนูใหม่ชื่อ SEO โผล่ขึ้นมาใน WordPress ครับ เราสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปได้ดังนี้

การเปิดใช้งาน Yoast SEO
การเปิดใช้งาน Yoast SEO
  • ขั้นที่ 4 ไปที่เมนู SEO แล้วไปที่ General
  • ขั้นที่ 5 ไปที่ tab Features ครับ
  • ขั้นที่ 6 ลงมาด้านล่างสุดของหน้าจอ แล้วกด Save ครับ

เป็นอันจบขั้นตอนการติดตั้งครับ

ขั้นตอนการใช้งาน Yoast SEO เพื่อให้บทความของเราติดไฟเขียว

ไฟเขียวคืออะไรใน Yoast SEO ไฟเขียวก็คือ ตัวบ่งบอกว่า บทความของเรา ปรับแต่งสำหรับ SEO ดีหรือยังครับ

ก่อนอื่นให้เราเขียนบทความของเราลงไปก่อน เสร็จแล้วเราค่อยเริ่มปรับแต่ง SEO ทีละขั้นตอนครับ

หน้าจอการใช้งาน Yoast SEO ในเบื้องต้น
หน้าจอการใช้งาน Yoast SEO ในเบื้องต้น
  • ขั้นตอนที่ 1 ปุ่ม SEO ที่อยู่ใน Block Editor เราสามารถคลิกเพื่อเปิด Yoast Sidebar ได้ครับ
  • ขั้นตอนที่ 2 ช่องที่เรียกว่า Focus Key Phase เราสามารถใส่ Keyword เข้าไปได้ แต่ใส่ได้เพียง 1 Keyword เท่านั้นนะครับ เช่นผมใส่คำว่า โอซาก้า เป็นต้น
หน้าจอการแสดงปัญหาของ Yoast SEO
หน้าจอการแสดงปัญหาของ Yoast SEO
  • ขั้นตอนที่ 3 เมื่อเราใส่ Keyword ลงไปเราจะเริ่มเห็นแล้วว่า SEO Analysis แสดงไฟสีแดง หรือ สีส้ม ขึ้นมา นั่นแปลว่า SEO ของเราควรปรับปรุงอย่างยิ่งครับ ส่วนตรง Readability Analysis ด้านบน คือ ดีกรี ความอ่านง่ายของบทความครับ 🙂
  • ขั้นตอนที่ 4 Yoast จะแจ้งปัญหา เรามาครับว่า เราต้องปรับปรุงบทความของเราอย่างไรบ้างในการทำ SEO

ถ้าสนใจคอร์สเรียนสด เรามีสอน SEO ด้วยนะครับ คลิกที่นี่ได้เลยครับ 🙂

ความหมายของ ปัญหา ต่างๆ ใน Yoast SEO

ผมจะสรุปให้แบบนี้ครับว่า ปัญหาต่างๆ ใน Yoast SEO มันหมายความว่าอย่างไร

Outbound links: No outbound links appear in this page.

หมายความว่า บทความของเรา ไม่ได้ลิงค์ไปภายนอกเว็บไซต์เลย วิธีแก้ไขคือ ให้เราทำลิงค์ออกไปข้างนอกเว็บไซต์เราบ้างครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราต้องลิงค์ไปที่เว็บไซต์ ที่เกี่ยวข้องกับบทความของเราครับ

ถ้างงกับกับใส่ลิงค์ในบทความ ดูวีดีโอนี้ครับ
การใช้งาน Block Editor เบื้องต้น และ การใช้งาน Common Block ใน Block Editor

Internal links: No internal links appear in this page.

หมายความว่า เราไม่มี Link ไปในหน้าอื่น ภายในเว็บไซต์ของเราเลยนั่นเองครับ วิธีแก้ไข ให้เราทำลิงค์ไปภายในเว็บไซต์ของเราครับ ไปหน้าที่เกี่ยวข้องกับบทความของเรานะครับ 🙂

Keyphrase in introduction: Your keyphrase or its synonyms do not appear in the first paragraph.

ไม่มี Keyword ใน ย่อหน้าแรกของบทความของเราครับ วิธีแก้ไขคื ให้เราเขียนย่อหน้าแรก ของบทความเราใหม่ครับ แล้วเติม Keyword ของเราเข้าไปครับ

Meta description length: No meta description has been specified. Search engines will display copy from the page instead.

หมายความว่าเราไม่ได้ใส่ Meta Description ให้กับหน้าของเราครับ วิธีการใส่ Meta Descriptionให้เริ่มจากการกดตรงนี้ครับ

ขั้นตอนการใส่ Meta Description
ขั้นตอนการใส่ Meta Description

กดเสร็จแล้วจะขึ้นหน้าจอนี้ เราก็เริ่มใส่ Meta Description ของเราได้เลย

ตัวอย่างการใส่ Meta Description
ตัวอย่างการใส่ Meta Description

ใส่จนแถบด้านล่าง Meta Description ขึ้นสีเขียวครับ จากนั้น กดปิดได้เลย แล้วก็อย่าลืม Save บทความของเราด้วยนะครับ 🙂

Keyphrase in meta description: The meta description has been specified, but it does not contain the keyphrase.

หลังจากที่เราใส่ Meta Description แล้ว เราอาจจะเจอปัญหานี้ครับ ปัญหานี้ก็คือเราไม่มี Keyword อยู่ใน Meta Description ของเราเลย ให้เราทำการ ใส่ Keyword ลงไปใน Meta Description ให้เรียบร้อยครับ

Image alt attributes: No images appear on this page.

ปัญหานี้ เป็นปัญหา Classic ครับ ปัญหาก็คือ Yoast บอกว่า เราไม่มีรูปในบทความของเรานั่นเอง วิธีแก้ไข ทำได้สองแบบครับ แบบแรก ให้เราใส่รูปภาพเข้าไปในบทความของเรา แบบที่สอง ให้เราไป Set Featured Image ตามนี้เลยครับ

การ set featured image ใน wordpress
การ set featured image ใน wordpress
  • ขั้นตอนที่ 1 คลิกที่เฟืองครับ
  • ขั้นตอนที่ 2 คลิกที่ Tab Document
  • ขั้นตอนที่ 3 คลิกที่ set featured image จากนั้นเลือกรูปภาพแล้วกดใส่ลงไปครับ

แล้วก็อย่าลืมกด อัพเดทบทความของเราด้วยนะครับ ก่อนที่จะกลับไปที่ปุ่ม Yoast ข้างๆเฟืองครับ

ถ้าสนใจคอร์สเรียนสด เรามีสอน SEO ด้วยนะครับ คลิกที่นี่ได้เลยครับ 🙂

Text length: The text contains number words. This is far below the recommended minimum of 300 words.

ในข้อนี้ Yoast กำลังบอกเราว่า บทความของเรา มีจำนวน คำในบทความน้อยเกินไป วิธีแก้ไขคือ ให้เราเพิ่มเนื้อหาของบทความของเราให้ยาวกว่านี้ครับ แต่ในข้อนี้ Yoast มีปัญหาอยู่นิดนึงครับ ซึ่งผมได้เขียนเอาไว้ในหัวข้อ ปัญหาที่ควรรู้ ในการใช้งาน Yoast แล้วครับ

Keyphrase density: The focus keyphrase was found X times. That’s way more than the recommended maximum of X times for a text of this length.

ในข้อนี้ เป็นข้อที่เราต้องแก้ไขโดยด่วนที่สุด เพราะ Yoast กำลังบอกว่า ในบทความของเรา มี Keyword มากเกินไปครับ มันดูเหมือนว่า เราจงใจที่จะปั่น Keyword นั้นนั่นเอง วิธีแก้ไขคือ ให้เราลอง Rewrite บทความของเราใหม่ครับ ให้ Keyword น้อยลงครับ

Keyphrase in title: Not all the words from your keyphrase “โอซาก้า” appear in the SEO title.

ปัญหาในข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก คือ ไม่มี Keyword ของเรา (ในที่นี่คือ โอซาก้า) อยู่ในหัวข้อ หรือ SEO Title ครับ วิธีแก้ไขคือ ให้เราใส่หัวข้อของเราไปใน ชื่อเรื่อง และ SEO Title ครับ สำหรับ SEO Title ใส่ที่เดียวกับ Meta Description ครับ แต่จะแตกต่างกันนิดหน่อย ตามนี้ครับ

การใส่ Meta Title หรือ SEO Title
การใส่ Meta Title หรือ SEO Title
  • ขั้นตอนที่ 1 เมื่อเข้าไปหน้า Snippet Preview เราจะเห็น SEO Title จะมี กล่องม่วงๆ เรียงกันอยู่ ตรงนี้เราลบออกได้หมดเลย
  • ขั้นตอนที่ 2 พิมพ์ ​SEO Title ของเราลงไปแทน จนกว่าจะขึ้นแถบสีเขียวครับ

Previously used keyphrase: You’ve used this keyphrase once before

ปัญหานี้หมายความว่า เราได้ทำ SEO โดยใช้ Keyword นี้ไปแล้วกับบทความอื่น วิธีแก้ไขคือ ให้เราเปลี่ยน Keyword ที่เราใช้ทำ SEO กับบทความปัจจุบันครับ

Image alt attributes: Images on this page do not have alt attributes that reflect the topic of your text.

ความหมายคือ รูปภาพที่เราใส่ในบทความของเรา ไม่มี Keyword อยู่ใน Alt Text ของรูปภาพ วิธีการใส่ Alt Text ทำแบบนี้ครับ

ขั้นตอนการ Set Alt Text ใน WordPress featured image
  • ขั้นตอนที่ 1 ให้เราคลิกไปที่เฟือง
  • ขั้นตอนที่ 2 ให้เราไปที่ Tab Document
  • ขั้นตอนที่ 3 ให้เราคลิกที่ featured image ที่เราใส่ไว้
ตัวอย่างการ Set Alt Text ใน WordPress featured image
ตัวอย่างการ Set Alt Text ใน WordPress featured image
  • ขั้นตอนที่ 4 ใส่ Keyword ของเราใน Alt Text ครับ แต่ไม่ได้หมายความว่า มีได้แค่ Keyword อย่างเดียวนะครับ ใส่คำอื่นเข้าไปด้วยก็ได้ แต่ขอให้มี Keyword ครับ
  • ขั้นตอนที่ 5 ทำการ Save หรือ Update บทความของเราครับ แล้วกำ Refresh 1 ครั้งเพื่อให้ Yoast อ่านค่าครับ

Keyphrase in title: The exact match of the keyphrase appears in the SEO title, but not at the beginning.

ปัญหานี้เกิดจากการที่ เรามี Keyword ใน SEO Title หรือ ในชื่อของหน้าแล้ว แต่ Keyword ของเรา ไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งแรกของ SEO Title หรือ ชื่อของหน้าครับ เราสามารถแก้ไขได้โดย เขียน SEO Title ใหม่ ให้ Keyword ของเรา อยู่ที่ด้านหน้าสุดของ Title ครับ

SEO title width: The SEO title is too short.

หมายความว่า SEO Title ของเราสั้นเกินไปครับ ให้เราพิมพ์ SEO Title ของเราให้ยาวจนเขียว ใน Snippet Preview ครับ

Keyphrase in slug: (Part of) your keyphrase does not appear in the slug.

ปัญหา ไม่มี Keyword ใน Slug หรือ URL วิธีแก้ไขให้ทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

ตัวอย่างการ Set Alt Text ใน WordPress featured image
  • ขั้นตอนที่ 1 คลิกที่เฟือง
  • ขั้นตอนที่ 2 ไปที่ Tab Document
  • ขั้นตอนที่ 3 ไปที่ Permalink แล้ว แก้ไข URL Slug ให้มี Keyword อยู่ด้านใน จากนั้นกด Save หรือ Update 1 ครั้งครับ

Keyphrase in subheading: Use more keyphrases or synonyms in your higher-level subheadings!

กรณีนี้จะเกิดก็ต่อเมื่อ บทความของเรามีการแบ่งหัวข้อย่อยภายในครับ Yoast บอกว่า เราต้องใส่ Keyword ในหัวข้อย่อยอย่างน้อย 1 หัวข้อครับ

ปัญหาที่ควรรู้เวลาใช้ Yoast SEO

ปัญหาเรื่องการนับคำในภาษาไทย

ปัญหาหลักของ Yoast ก็คือ เจ้า Yoast SEO มันเป็นฝรั่งครับ มันไม่เข้าใจภาษาไทยเท่าไรนัก เรียกได้ว่า เข้าใจแบบ งูๆ ปลาๆ ก็ว่าได้ครับ ยกตัวอย่าง ปัญหา เรื่องความยาวของบทความ เนื่องจากในภาษาฝรั่ง เขาใช้การเว้นวรรค ในการนับคำครับ แต่ในภาษาไทย ไม่ใช่ครับ 1 วรรคของเราประกอบไปด้วยหลายคำ ดังนั้น การนับคำใน WordPress จึงไม่แม่นยำครับ

ปัญหาเรื่องการรับรู้ Keyword ในภาษาไทย

ปัญหาอีกอย่างก็คือ เวลาที่เราใส่ Keyword เช่น Keyword ของเราเป็นคำว่า โอซาก้า แล้วเราใส่เป็น เที่ยวโอซาก้า ทั้งๆที่คำหลังมี Keyword อยู่มันจะไม่นับครับ เพราะว่า มันนับการเว้นวรรค อีกตามเคย ถ้าอยากจะให้มันนับ เราก็ต้องเว้นวรรคครับ

หัวข้อทำให้ เนื้อหาบทความของเรา อ่านง่าย

อีกประการหนึ่ง ที่จะทำให้เราได้ชัยชนะในการทำ SEO ก็คือ เราจะต้องทำให้บทความของเราอ่านง่ายครับ โดยสิ่งที่เราทำได้ง่ายที่สุดก็คือ การแบ่งบทความของเราออกเป็หัวข้อย่อยๆ ครับ จะทำให้บทความของเรา ดูอ่านง่าย และ เป็นผลดีกับ SEO ของเราทันที

สรุป

บทความนี้ ผมได้จัดเต็มกันมาให้เป็นคู่มือ ในการใช้ Yoast SEO กันเลยครับ โดยเฉพาะ การแก้ปัญหาแต่ละอย่างที่เกิดขึ้นใน SEO อย่างละเอียดพร้อมภาพประกอบ หวังว่าทุกท่านจะทำ SEO กันได้อย่างสบายแล้วนะครับ 🙂

ถ้าสนใจคอร์สเรียนสด เรามีสอน SEO ด้วยนะครับ คลิกที่นี่ได้เลยครับ 🙂

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *